รู้จัก ท่อ PPR รวบรวมทุกอย่างที่ช่างต้องรู้ l เฮียเชษฐ

ท่อ ppr คืออะไร? คุณสมบัติของท่อ PPR? ท่อ PPR เหมาะกับกายใช้งานอะไร และ วิธีการติดตั้งท่อ PPR ที่ถูกต้องทำอย่างไร? รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับท่อพีพีอาทุกอย่างในบทความนี้โดยเฮียเชษฐครับ
ท่อ PPR คืออะไร
ท่อ PPR (Polypropylene Copolymer Random) หรือท่อเขียวที่ศัพท์ช่างมักจะพูดกันติดปาก เป็นท่อที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกโพลีโพรไพลีนที่มีความปลอดภัยสูง แข็งแรงทนทาน มีความหนาแน่นสูง ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสูงเมื่อเทียบกับการใช้ท่อเหล็ก ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี ทำให้สามารถใช้กับระบบน้ำประปาน้ำร้อนได้ตั้งแต่อุณหภูมิ 3 – 60 °C นิยมนำไปติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น และน้ำร้อนที่มาจากหม้อต้ม
หากท่านต้องการสั่งซื้อสินค้าท่อ PPR. สามารถเช็คตารางราคาท่อ ppr ด้วยราคาโรงงานที่ถูกกว่า เราจัดส่งสินค้าถึงหน้าไซส์งานทั่วประเทศ
คุณสมบัติที่ดีของท่อ PPR
ทนแรงดันน้ำได้สูง
ทนความร้อนได้ ใช้กับกับทุกอุณหภูมิน้ำ ทั้งน้ำร้อน น้ำเย้น และน้ำอุ่น
ปลอดภัยต่อสารปนเปื้อนที่เจือปนในน้ำ
ไม่รั่วซึมง่าย
น้ำหนักเบา ขนย้ายง่าย
ราคาถูกกว่าท่อเหล็ก
สามารถใช้งานร่วมกับท่อชนิดอื่นๆ ได้ เช่น ท่อ PVC
ความหนาของท่อ PPR
PN10 หรือ SDR11 หรือ S5 สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้ 10 bar สามารถใช้แทนท่อ PVC Class 13.5 ได้ เหมาะสำหรับใช้ในงานประปาน้ำเย้นและน้ำอุ่น
PPR PN20 หรือ SDR6 หรือ S2.5 สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้ 20 bar สามารถใช้กับน้ำร้อนได้ สามารถนำไปใช้แทนท่อเหล็กและท่อทองแดงได้
PPR Fiber PN20 หรือ SDR6 หรือ S2.5 สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้ 20 bar แต่ในกลางของท่อมีไฟเบอร์ที่ทำหน้าที่ลดการขยายตัวท่อ เมื่อเปิดใช้น้ำร้อน เหมาะสำหรับใช้เดินลอยนอกอาคารหรือผนัง
ท่อ PPR เหมาะกับใช้งานอะไรมากที่สุด
งานที่เหมาะสมกับท่อ PPR ก็คือ งานประปา ซึ่งท่อ PPR มีความโดดเด่นมากกว่าท่อชนิดอื่นๆ ตรงที่ตัวท่อออกแบบมาให้มีความเหนียวทนทาน กระบวนการผลิตไร้สารเคมีปนเปื้อน ทำให้สามารถใช้งานได้กับงานประปาทุกรูปแบบ เช่น
ระบบท่อประปาภายในบ้าน เช่น น้ำดื่ม เครื่องทำน้ำอุ่น
ระบบท่อประปาน้ำร้อน สามารถใช้แทนท่อเหล็กและทองแดง เช่น ในโรงแรม โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม
ระบบท่อน้ำเย็น เช่น ท่อน้ำในระบบเครื่องปรับอากาศ
ระบบขนส่งน้ำยาและสารเคมีเหลว ในโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบท่อประปาเพื่อการเกษตรกรรม เช่น โรงเรือนกระจก
ท่อ PPR กับท่อ PVC ต่างกันอย่างไร
ในตรงนี้อาจจะมีคนสงสัยว่า ท่อ PPR นั้นเหมาะสำหรับใช้ในงานประปาซึ่งคุณสมบัติก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับท่อ PVC ทำให้มีผู้ใช้หลายคนหยิบไปติดตั้งผิดทำให้เกิดการใช้งานผิดประเภท วันนี้เฮียเชษฐจะมาบอกความแตกต่างของท่อทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของการติดตั้ง ความแตกต่างของอุณหภูมิ คุณภาพวัสดุ อายุการใช้งานให้ฟังครับ
ความแตกต่างของท่อ PPR และ ท่อ PVC

วิธีการติดตั้งท่อ PPR
การติดตั้งท่อ PPR ตามมาตรฐานทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีเชื่อมต่อเข้าด้วยกันตรงรอยต่อโดยใช้ความร้อนประมาณ 250 องศาเซลเซียสบริเวณปลายท่อและข้อต่อ จากนั้นก็นำท่อและข้อต่อมาประสานเข้าด้วยกันรอจนเย็นตัวแล้วถึงจะนำไปใช้งานได้ วิธีนี้จะช่วยลดปัญหารั่วซึมมากกว่าการสวมท่อกับข้อต่อไว้เฉยๆ

วิธีเลือกท่อ PPR
ท่อ PPR มีมากมายหลายยี่ห้อและหลายชนิด สำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่ทราบว่า จะเลือกท่อ PPR แบบไหนถึงจะมีคุณภาพดีที่สุด วันนี้เฮียเชษฐก็มีเคล็ดลับการเลือกท่อดีๆ มาฝากครับ
1. สังเกตตัวท่อ
ด้านนอกตัวท่อนั้นจะมีการระบุรายละเอียดของท่อไว้ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาของการให้ความร้อน ซึ่งข้อมูลส่วนนี้เขียนไว้บนท่อทุกเส้น หากดูแล้วไม่เข้าใจสามารถสอบถามพนักงาน หรือ ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการก็จะช่วยให้การสั่งซื้อง่ายขึ้นครับ
2. เน้นคุณภาพ
การซื้อท่อ PPR ควรจะเลือกซื้อท่อที่สัญลักษณ์รับรองความปลอดภัย ไม่ควรเลือกซื้อท่อที่แม้จะมีราคาถูกกว่า แต่ไม่มีเครื่องหมายรับรอง เพราะว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องการใช้งาน เช่น ใช้งานได้ไม่คงทน กระบวนการผลิตไม่มีคุณภาพ เสี่ยงต่อสารปนเปื้อน ดังนั้นไม่ควรเห็นแก่ของราคาต่ำเกินไป
3.การบริการ
ในกรณีที่ผู้ใช้ซื้อท่อผ่านตัวแทนจำหน่าย ผู้ซื้อควรเลือกบริการที่มีบริการหลังการขายที่ดี เพราะหากสินค้ามีปัญหาจะได้สามารถทำเรื่องเปลี่ยนได้ และหากมีเรื่องสงสัยก็สามารถสอบถามได้
เฮียเชษฐจำหน่ายท่อ PPR และข้อต่อหลายยี่ห้อ ส่งถึงหน้างาน มีทีมงานช่วยเลือกขนาดและชั้นแรงดันให้ตรงงาน ขอใบเสนอราคาได้ทาง LINE @hiachet
4.ให้ความสำคัญกับความสะดวก
ในการเลือกซื้อท่อ PPR ควรที่จะเลือกซื้อท่อที่สามารถต่อกับข้อต่อได้หลายๆ ชนิด เพื่อจะได้สะดวกต่อการใช้งานในอนาคต หากไม่ทราบสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายได้ครับ
แชร์บทความนี้