ท่อมีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้ทำอะไรบ้างนะ?

ในงานก่อสร้างท่อนับเป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกไซท์งาน ที่ต้องใช้ในงานระบบทั้งระบบไฟฟ้า และระบบประปา ซึ่งท่อนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป วันนี้เฮียเชษฐจะมาแนะนำว่าท่อแต่ละชนิดจะเหมาะสมกับงานประเภทใดบ้าง เพราะถ้าหากใช้ผิดประเภทแล้วก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการเปลืองต้นทุนโดยใช่เหตุได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น5ประเภทหลักๆ

1.ท่อเหล็ก

-ท่อประปาเหล็กอาบสังกะสี โดยท่อประเภทนี้จะทำจากเหล็กกล้า แล้วนำไปอาบสังกะสี จึงทำให้ทนทานต่อการเกิดสนิม ข้อดีคือสามารถทำเกลียวได้ง่าย โดยมีหลายความหนาให้เลือก หากหนาสุดจะมีสายคาดสีแดง หนาปานกลางจะมีสายคาดสีน้ำเงิน และบางสุดจะมีสายคาดสีเหลือง

ท่อเหล็กร้อยสายไฟ มีไว้เพื่อป้องกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสายไฟ ซึ่งมีความหนาบางหลายแบบให้เลือก ได้แก่ EMT ,IMC, และ RSC โดยแบ่งประเภทตามการใช้งานร้อยสายไฟ โดยเฮียเชษฐมีขายหลากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Panasonic, Arrow, Union, PAT, และ diamond

2. ท่อพีวีซี (PVC)

ชื่อเต็มๆของท่อPVC คือ Poly Vinyl Chloride เป็นท่อที่ทำมาจากเม็ดพลาสติกโพลิไวนิลคลอไรด์ ถูกนำมาใช้ทดแทนท่อเหล็ก ให้คุณสมบัติการใช้งานที่ครอบคลุม และเลี่ยงปัญหาสนิมขึ้นจากการใช้งานเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่า ข้อดีหลักๆ คือ มีความเหนียวและยืดหยุ่น สามารถทนต่อแรงดันน้ำ มีน้ำหนักเบา เป็นฉนวนสามารถกันไฟฟ้า ราคาถูก ติดตั้งง่าย อย่างไรก็ตามท่อพีวีซีไม่เหมาะกับงานที่มีอุณภูมิสูง เช่น การลำเลียงน้ำร้อน อีกทั้งยังมีความทนทานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับท่อเหล็ก

ท่อPVCนั้นยังสามารถแบ่งได้อีกหลายประเภท โดยใช้สีเป็นเกณฑ์ในการแบ่งการใช้งาน

  • สีฟ้า ใช้กับงานประปา
  • สีเหลือง ใช้กับงานระบบไฟฟ้าแบบฝังกำแพง
  • สีขาว ใช้กับงานระบบไฟฟ้าแบบเดินท่อลอย
  • สีเทา ใช้กับงานเกษตร

ซึ่งเฮียเชษฐได้เป็นตัวแทนจำหน่ายท่อพีวีซีของยี่ห้อดังครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ตราช้าง (SCG), ตราเสือ(SCG), ท่อน้ำไทย, TK, 3A เพื่อให้ผู้รับเหมาได้มีตัวเลือกที่หลากหลายในทุกระดับราคาและการใช้งาน

3. ท่อไซเลอร์ (SYLER) 

ท่อชนิดนี้เป็นท่อเหล็กชุบสังกะสี ซึ่งภายในบุด้วยสารPE ซึ่งช่วยป้องกันสนิม คุณสมบัติหลักๆ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับแรงกระแทกได้ดี ทนต่อความดัน ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าท่อชนิดอื่น ท่อชนิดนี้มักถูกนำมาใช้แทนท่อเหล็กประปา ที่เกิดสนิมได้ง่ายและมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า

4. ท่อพีพีอาร์ (PPR) 

ชื่อเต็มของท่อPPR คือ Polypropylene Random Copolymer ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง จุดเด่นหลักๆคือสามารถเชื่อมข้อต่อกับท่อเป็นเนื้อเดียวกันได้โดยใช้ความร้อน ซึ่งช่วยลดปัญหาการรั่วซึม ส่วนใหญ่แล้วท่อPPRจะถูกใช้ในงานระบบประปา ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนต่อความร้อนได้ดีกว่าท่อPVC จึงสามารถใช้กับท่อน้ำร้อนได้ นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถทนแรงดันได้สูง แข็งแรงกว่าเมื่อเทียบกับท่อพีวีซี นอกจากนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าท่อเหล็ก ปัจจุบันนิยมใช้กันในระบบอาคารสูง หรืออาคารที่มีงบประมาณมากกว่าการใช้ท่อพีวีซี ยี่ห้อที่นิยมใช้กันทั่วไปในท้องตลาดคือ ท่อพีพีอาร์ ตราช้าง หรือ เอสซีจี และไทยพีพีอาร์

5. ท่อพีอี (PE) 

ท่อพีอีนั้นเป็นท่อที่ทำมาจาก Polyethylene thermoplastic คุณสมบัติหลักๆของท่อPE มีความหนาแน่นและยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอได้ดี ไม่แตกหักง่าย สะดวกต่อการใช้งานสามารถม้วนเก็บได้ และใช้ข้อต่อน้อยมาก

ซึ่งสามารถแบ่งออกได้2ประเภท

1.HDPE  (High Density PolyEthyiene) ซึ่งผลิตมาจากเรซินพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง โดยตัวท่อจะมีสีดำ หากคาดเส้นสีฟ้าจะใช้สำหรับงานระบบประปา หากคาดเส้นสีส้มจะใช้สำหรับงานไฟฟ้า นิยมใช้สำหรับงานประปาหรือร้อยสายไฟรอบตัวอาคาร เป็นต้น เนื่องจากสามารถทนแสงยูวีได้ดี

2.LDPE (Low Density PolyEthyiene) ซึ่งผลิตมาจากโพลีเอทิลีน ตัวท่อจะมีสีดำ มีคุณสมบัติในการม้วนงอยืดหยุ่นและนิ่มกว่าHDPE แต่จะไม่ทนต่อความร้อน ดังนั้นราคาจึงต่ำกว่า ส่วนใหญ่นิยมใช้ในงานเกษตรกรรม

เฮียเชษฐหวังว่าเพื่อนๆจะรู้จักท่อแต่ละชนิดกันมากขึ้นแล้วก็อย่าลืมเลือกใช้ท่อให้เหมาะสมกับงานกันนะครับ ซึ่งเฮียเชษฐก็ได้คัดสรรสินค้าดี มีคุณภาพ ในราคาย่อมเยาว์มาให้ผู้รับเหมาทุกคนได้เลือกกันมากมาย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำ สามารถติดต่อได้ตามข้อมูลการติดต่อด้านล่างได้เลย

 


หรือสายด่วนโทร 097-234-5734

Scroll to Top